วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554
การใช้สูตรระหว่างแผ่นงาน
=IF(O4>79,"4",IF(O4>74,"3.5",IF(O4>69,"3",IF(O4>64,"2.5",IF(O4>59,"2",IF(O4>54,"1.5",IF(O4>49,"1","0")))))))
สูตร การนับจำนวน
=COUNT(เซลที่ต้องการนับจำนวน)
สูตร การนับจำนวนแบบมีเงื่อนไข
=COUNTIF(เซลที่ต้องการนับจำนวน,"เงื่อนไข")
ชิ้นงาน
1. ให้นักเรียนดาวน์โหลดไฟลงานบันทึกคะแนน
https://spreadsheets.google.com/spreadsheet/ccc?key=0Akn0swjUhsIQdHRWU2ctOWtKWE12djgxaXo4ZWFxY0E&hl=th
2. ให้นักเรียนหาผลรวม / ค่าเฉลี่ย / ตัดเกรด ในแต่ละภาคเรียน
3. ให้นักเรียนสรุปจำนวนนักเรียนที่ได้ผลการตัดสินในแต่ละระดับผลการตัดสิน ลงในกล่องแสดงความคิดเห็น
วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
คำสั่งที่ใช้การสร้างเกม ใน Excel
จากคำสั่งนี้ เราสามารถสร้างเกมอย่างง่ายๆ เพือเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนของเราได้ หรือสร้างเกมพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้ได้เช่นกัน มีขั้นตอนดังนี้
1. ออกแบบเนื้อหาของเกม
2. พิมพ์เนื้อหาและแทรกรูปภาพ ลงใน Sheet งานของโปรแกรม Excel
3. เลือกเซลที่ต้องการจัดรูปแบบตามเงื่อนไข
4. คลิกเมนู รูปแบบ > จัดรูปแบบตามเงื่อนไข > กำหนดเงื่อนไข > ตกลง > ตกลง
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
การสร้างกราฟ หรือแผนภูมิประกอบข้อมูล
และคอลัมน์บนแผ่นงาน มาสร้างเป็นชุดข้อมูลโดยแต่ละค่าของข้อมูลที่นำมาสร้างเป็นชาร์ต
เรียกว่า จุดข้อมูล (Data Point)แผนภูมิที่สร้างด้วย เอ็กเซลล์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ
คือ แบบฝังบนแผ่นงาน เป็นวัตถุในแผ่นงานเดียวกับชุดข้อมูล และ แบบแยกแผ่นงาน
เป็นแผ่นงานเฉพาะซึ่งบรรจุแผนภูมิอย่างเดียว สร้างแผนภูมิแยก โดยผู้สร้างสามารถ
เลือกใช้ได้ทั้งสองแบบ
ที่ทูลบาร์มาตรฐาน หรือ คลิกที่คำสั่ง แทรก > แผนภูมิ ที่แถบเมนูบาร์
2. จะได้ขั้นตอนที่ 1 ได้ไดอะล็อกบ็อกซ์ชนิดแผนภูมิ > คลิกเลือกชนิดย่อยของแผนภูมิ > คลิกปุ่ม ถัดไป จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 แหล่งข้อมูลของแผนภูมิ ให้เลือกช่วงของข้อมูลว่าเริ่มตั้งแต่เซลล์ใดและสิ้นสุดที่เซลล์ใด
3. คลิกที่ปุ่ม ถัดไป จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 ตัวเลือกแผนภูมิ > คลิกที่ช่อง ชื่อแผนภูมิ > พิมพ์ชื่อแผนภูมิ เป็น
ชื่อแผนภูมิที่เราต้องการ (เช่น สรุปยอดขายรถยนต์ ปี 2550) และอาจจะกำหนดตัวเลือกอื่น เช่น แกน X แกน Y
4. คลิกปุ่ม ถัดไป จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 4 ตำแหน่งแผนภูมิ ที่ตัวเลือกวางแผนภูมิ คลิกเลือก เป็นวัตถุใน หรือเป็นแผ่นงานใหม่ ตามต้องการ แล้วคลิกปุ่ม เสร็จสิ้น


ชิ้นงาน
1. ให้นักเรียนหาค่าเฉลี่ยของรายวิชา แล้วสรุปค่าเฉลี่ยในกล่องข้อความ
2. ให้นักเรียนนำข้อมูลคะแนนรายวิชามาสร้างแผนภูมิแท่ง โดยกำหนดให้นักเรียนนำค่าเฉลี่ยของแต่ละวิชามาสร้างแผนภูมิ โดยกำหนดให้แท่งแผนภูมิมีสีดังต่อไปนี้
วิชาภาษาไทย ใช้สีฟ้า
วิชาคณิตศาสตร์ ใช้สีม่วง
วิชาวิทยาศาสตร์ ใช้สีเขียวอ่อน
วิชาสังคมฯ ใช้สีส้ม
วิชาพลศึกษา สุขศึกษา ใช้สีน้ำเงิน
วิชาการงานฯ ใช้สีชมพู
วิชาดนตรี นาฎศิลป์ ศิลปะ ใช้สีแดงเข้ม
วิชาภาษาอังกฤษ ใช้สีเหลือง
แล้วให้นักเรียนส่งไฟล์งานที่เมลของครู
ที่มา http://lms.thaicyberu.go.th/officialtcu/main/advcourse/presentstu/course/bk521/002ketsarin/index.html
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electrinic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วย
ใ
นการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ
โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือการที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้
(programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่น ความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น
ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ
เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง
และมีความรวดเร็ว
เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทำงานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ
รับข้อมูล (Input) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการรับข้อมูลจากหน่วยรับข้อมูล (input unit) เช่น คีบอร์ด
หรือ เมาส์ประมวลผล (Processing)
เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลกับข้อมูล เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปอื่นตามที่ต้องการ
แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมายังหน่วยแสดงผลลัพธ์ (output unit) เช่น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ
เก็บข้อมูล (Storage)
เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล
เพื่อให้สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ในอนาคต
คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่นิยมนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานต่าง ๆ มากมาย ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะคิดว่าคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สามารถทำงานได้สารพัด แต่ผู้ที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์จะทราบว่า งานที่เหมาะกับการนำคอมพิวเตอร์มาใช้อย่างยิ่งคือการสร้าง สารสนเทศ
ซึ่งสารสนเทศเหล่านั้นสามารถนำมาพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ ส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือจัดเก็บไว้ใช้ในอนาคนก็ได้ เนื่องจากคอมพิวเตอร์จะมีคุณสมบัติต่าง ๆ คือ
- ความเร็ว (speed)
คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้สามารถทำงานได้ถึงร้อยล้านคำสั่งในหนึ่งวินาที - ความเชื่อถือ (reliable) คอมพิวเตอร์ทุกวันนี้จะทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่มีข้อผิดพลาด
และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย - ความถูกต้องแม่นยำ (accurate) วงจรคอมพิวเตอร์นั้นจะให้ผลของการคำนวณที่ถูกต้องเสมอหากผลของการคำนวณผิดจากที่ควรจะเป็น มักเกิดจากความผิดพลาดของโปรแกรมหรือข้อมูลที่เข้าสู่โปรแกรม
- เก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ ได้ (store massive amounts of information)
ไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน จะมีที่เก็บข้อมูลสำรองที่มีความสูงมากกว่าหนึ่งพันล้านตัวอักษร
และสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่จะสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งล้าน ๆ ตัวอักษร - ย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว (move
information) โดยใช้การติดต่อสื่อสารผ่านระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถส่งพจนานุกรมหนึ่งเล่มในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ไกลคนซีกโลกได้ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งวินาที ทำให้มีการเรียกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกันทั่วโลกในปัจจุบันว่า ทางด่วนสารสนเทศ (Information Superhighway)
ในแง่ลบก็มีไม่น้อย เช่น
โรงงานผลิตอุปกรณ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นต้องใช้สารเคมีเป็นจำนวนมาก
ซึ่งจะทำให้เกิดมลพิษต่าง ๆ มากมาย
- ผู้ใช้อาจมีอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
ๆ เช่น อาจมีการปวดหลังไหล่ที่เกิดจากการนั่งอยู่หน้าเครื่องนาน ๆ หรืออาจเกิดอาการ
Carpal Tunnel Syndrome (CTS) ซึ่งเป็นอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากเส้นประสาทบริเวณข้อมูลถูกกดทับเป็นเวลานาน ๆ
โดยอาจเกิดจากการใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์
รวมทั้งอาจมีอันตรายจากรังสีออกมาจากจอคอมพิวเตอร์ด้วย - ถ้าคอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาดในระบบที่มีความสำคัญมาก ๆ
อาจเป็นอันตรายกับชีวิตมนุษย์ได้ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจราจรทางอากาศ
เป็นต้น
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
การคำนวณโดยใช้สูตร (Formular)
การใส่สูตรจะต้องระบุเซลล์ที่เราต้องการคำนาณ ไปเพื่อกำหนดขอบเขต
= sum(A1:C1) หมายถึง การหาผลรวมของเซลล์ A1 ถึง C1
=AVERAGE(C6:C11) หมายถึง การหาค่าเฉลี่ยของข้อมูลในเซลล์ C6 - C11
=IF(A12>90,"A+",IF(A12>85,"A",IF(A12>80,"B+",IF(A12>75,"B",IF(A12>60,"C",IF(A12>50,"D","E")))))) หมายถึง การกำหนดเงื่อนไขในการแสดงผล
ชิ้นงานฝึกทักษะ
ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้นำสูตรที่ได้แนะนำไว้ไปปรับใช้ในการคำนวนในชิ้นงาน
คะแนนรายวิชา และให้ส่งไฟล์งานที่เสร็จสมบูรณ์ที่เมลของครู และให้สรุปผลว่าเกรดที่นักเรียนใช้
สูตรคำนวณได้นั้น มีเกรด A , B , C , D , E เกรดละกี่คน โดยเขียนสรุปใส่ในช่องแสดงความคิดเห็น




